เทคโนโลยีสมัยใหม่

เทคโนโลยีสมัยใหม่

สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีผลักดันให้ระบบการทำงานบางอย่างผันแปรไปลองพิจารณา

ตัวอย่าง การซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องแข่งขันกับเวลา เช่น เวลา 10.00 น. ทำการเชื่อมไมโครคอมพิวเตอร์เข้ากับศูนย์คอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์นำข้อมูลมาวิเคราะห์ในซอฟต์แวร์ตารางทำงาน เวลา 10.20 น. ทำการโอนย้ายข้อมูลเข้าโปรแกรมแสดงผลเป็นกราฟและรายงานผลออกเป็นรูปกราฟที่สวยงาม เวลา 10.30 น. ทำการติดต่อซื้อขายหลักทรัพย์จากตัวแทนขายหลักทรัพย์ จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นว่า ระบบสื่อสารข้อมูลด้วยเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากภายในสำนักงานจึงเริ่มมีการวางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายใน การใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านสายโทรศัพท์เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่อาจไม่เหมาะกับการรับส่งข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วเพื่อให้ทันเวลา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในมีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมใช้กันมากคือ ระบบเครือข่ายแลน ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ภายในระบบสามารถโอนย้ายคัดลอกข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของระบบเครือข่ายแลนคือ การเชื่อมโยงระหว่างจุดต่าง ๆ อาจทำได้พร้อมกัน เช่น พนักงานขายหลายคนสามารถเรียกดูข้อมูลราคาสินค้าจากศูนย์ข้อมูลที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางในเวลาเดียวกันได้ระบบเครือข่ายแลนและชุมสายโทรศัพท์จึงเป็นตัวอย่างการติดต่อสื่อสารข้อมูลที่ใช้ในสำนักงานซึ่งทำให้ข้อมูล ณ จุดต่าง ๆ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้ ระบบเครือข่ายที่ดีจะต้องสามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบได้ เสมือนโทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่ทุกเครื่องทั่วโลกสามารถติดต่อถึงกันได้ทั้งหมด เราสามารถส่งโทรสารที่ใช้มาตรฐานเดียวกันไปยังเครื่องโทรสารเครื่องอื่นที่อยู่ปลายทางได้

พัฒนาการทางเทคโนโลยีสื่อสาร

ภายในสำนักงานของบริษัทหรือองค์กรใด ๆ จะพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการ

ติดต่อสื่อสาร เช่น พนักงานขายสินค้าทำงานอยู่กับการติดต่อทางโทรศัพท์กับลูกค้าเกือบตลอดเวลา ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประชุมปรึกษางานการเจรจาธุรกิจทางโทรศัพท์ การโต้ตอบทางจดหมาย

วิธีการติดต่อสื่อสารสามารถทำได้หลายทาง ขึ้นกับปัจจัยประกอบหลายประการ เช่น การ

เลือกรูปแบบการติดต่อ และการเลือกช่องทางหรือตัวกลางการติดต่อ ซึ่งอาจใช้เลขานุการพนักงานส่งจดหมาย หรือใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ปัจจัยสำคัญซึ่งใช้ในการพิจารณาเลือกระบบสื่อสารให้สามารถนำมาใช้งานได้ดังนี้

1. กลุ่มผู้ใช้ระบบสื่อสารควรมีจำนวนมากพอ ระบบสื่อสารนั้นจะไม่มีประโยชน์หรือใช้งานน้อย

ถ้ามีกลุ่มผู้ใช้งานน้อย เพราะจะทำให้การกระจายข้อมูลทำได้ไม่กว้างขวาง

2. การเข้ากันได้ระหว่างระบบสื่อสารกับงานของสำนักงาน ระบบสื่อสารนั้นควรมีรูปแบบ

เหมือนหรือเข้ากันได้กับงานที่ดำเนินการอยู่ หากต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบของข้อมูลเพื่อเข้ากับระบบสื่อสาร หรือข้อมูลที่ได้รับจากระบบสื่อสารไม่สามารถใช้กับงานเดิมได้ จะทำให้เกิดความไม่สะดวก ปราศจากความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ในการติดต่อสื่อสาร

3. ความสมเหตุสมผลทางราคา ระบบสื่อสารต่าง ๆ จะต้องมีค่าใช้จ่ายประกอบด้วยเสมอ ซึ่ง

ค่าใช้จ่ายนี้จะต้องอยู่ในวิสัยที่สามารถลงทุนได้ และต้องคุ้มค่ากับราคาปัจจุบันเครือข่ายของโทรศัพท์ได้มีการแพร่หลายครอบคลุมในบริเวณกว้างและเป็นที่ยอมรับสำหรับการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจทั่วโลกในทุกประเทศ ธุรกิจและกิจการหลายอย่างมีการดำเนินงานโดยพึ่งพาโทรศัพท์ โทรศัพท์ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์ได้รับการพัฒนามาหลายขั้นตอนทั้งในด้านตัวเครื่อง ตู้ชุมสาย และระบบเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย

การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง เส้นใยนำแสงประกอบด้วยส่วนแรกคือเส้นใยที่ทำจากใยแก้วซึ่งเป็นแกนกลางทำให้แสงหักเห ได้ ใยแก้วนี้มีชั้นห่อหุ้มซึ่งทำหน้าที่รักษาความเที่ยงตรงของลำแสงในขณะที่เดินทางผ่านเส้นใยที่คดเคี้ยว และส่วนที่สองคือตัวโครงสร้างเส้นใยซึ่งจะหุ้มด้วยพลาสติกและเส้นใยเหนียวยืดหยุ่น เพื่อป้องกันความเสียหายจากการแตกหักภายใน เมื่อประกอบเป็นสายนำสัญญาณจะใช้เส้นใยนำแสงหลายเส้นรวมกันอยู่ในท่อพลาสติกเดียวกัน บางชนิดมีมากกว่า 24 เส้นในการใช้งานเส้นใยนำแสงจะต้องมีตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณ ข้อมูลจะได้รับการแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณแสง อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งแสงที่นิยมใช้กัน ได้แก่ โพโตไดโอน การแปลงข้อมูลจะใช้วิธีแบบผสมทางความถี่จากการที่เส้นใยนำแสงมีข้อดีมากมาย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจึงเริ่มดำเนินการวางเส้นใยนำแสงเชื่อมโยงเครือข่ายโทรศัพท์แทนการสื่อสารด้วยคลื่นไมโครเวฟนอกจากนี้องค์กรระหว่างประเทศทางด้านการสื่อสาร ได้ดำเนินการวางเส้นใยนำแสงเป็นเคเบิลใต้น้ำ เพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างประเทศ การใช้งานสายนำสัญญาด้วยเส้นใยนำแสงจะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต

การสื่อสารผ่านดาวเทียม การสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นการสื่อสารที่มีสถานีรับส่งอยู่ที่พื้นดิน สถานีดังกล่าวทำหน้าที่ส่งสัญญาณข้อมูลตรงขึ้นไปยังดาวเทียมที่โคจรอยู่ในอวกาศ จากนั้นดาวเทียมจะทำหน้าที่กระจายสัญญาณโดยส่งต่อลงมายังตัวรับส่งที่พื้นดินอีกครั้งหนึ่ง ดาวเทียมจึงเสมือนเป็นสถานีถ่ายทอดสัญญาณที่ดียิ่ง เพราะลอยอยู่บนท้องฟ้าในระดับสูงมากและสามารถส่งสัญญาณไปยังสถานีรับสัญญาณได้ในทุกพื้นที่ ที่ครอบคลุมอยู่ไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ทุรกันดาร

ดาวเทียมสื่อสารที่ใช้งานต้องมีลักษณะพิเศษ คือเป็นดาวเทียมที่อยู่ตำแหน่งคงที่ซึ่งผิดกับดาวเทียมจากกรรมทางทหาร ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ดาวเทียมเหล่านั้นจะเคลื่อนที่โคจรรอบโลกผ่านทุกส่วนของพื้นผิวโลก โดยจะกลับมาที่เดิมในระยะเวลาประมาณ 9-11 วันดาวเทียมสื่อสารจะต้องอยู่บริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรและโคจรรอบโลก 1 รอบ ใน 1 วัน พอดีกับเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง ระดับความสูงและความเร็วของการโคจรต้องเหมาะสม ดาวเทียมไทยคมโคจรอยู่ที่ระดับความสูง 42,184.2 กิโลเมตรดาวเทียมไทยคมใช้สัญญาณพาหนะในย่านความถี่ 4 10 และ 12 จิกะเฮิรตซ์ ข้อได้เปรียบของดาวเทียมไทยคม คืออยู่ตรงประเทศไทยทำให้จานรับสัญญาณมีขนาดเล็กเหลือเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 50 เซนติเมตร ดาวเทียมไทยคมครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยและเพื่อนบ้านไว้ ดาวเทียมดวงนี้มีอายุประมาณ 15 ปี

โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล

โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล () เป็นระบบการสื่อสารมาตรฐานที่ได้รับการนำเข้ามา

ใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง พื้นฐานของโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล เริ่มจากระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่เป็นระบบสลับสายด้วยสัญญาณแอนะล็อกสัญญาณเสียงพูดที่ปลายทางจะได้รับการสลับสายไปยังอีกด้านหนึ่งด้วยวงจรสลับสายแบบกลไกสัญญาณเสียงจะส่งผ่านเสมือนการต่อเส้นลวดทองแดงจากต้นทางไปยังปลายทางได้ต่อมามีการสลับสายด้วยหลักการทางดิจิทัล เช่น ชุมสายเอสพีซีขององค์การโทรศัพท์ในปัจจุบัน สัญญาณเสียงที่ต้นทางส่งผ่านไปตามสายในลักษณะเป็นสัญญาณแอนะล็อกไปตามเส้นลวดทองแดงถึงชุมสาย ชุมสายจะเปลี่ยนสัญญาณแอนะล็อกนี้ให้เป็นสัญญาณดิจิทัลแล้วสลับสัญญาณดิจิทัลเข้าไปในเวลาของอีกวงจรหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการสลับสายด้วยหลักการดิจิทัลไปมาระหว่างวงจร ดังนั้นวงจรคู่สายจึงไม่ได้ต่อกันในลักษณะตัวนำทองแดงแต่ใช้วิธีการของสัญญาณคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูง อย่างไรก็ดีช่วงระหว่างเครื่องของผู้ใช้ถึงชุมสายก็ยังเป็นสัญญาณแอนะล็อก แต่จะได้รับการเปลี่ยนสัญญาณให้เป็นสัญญาณดิจิทัลที่ชุมสายเมื่อความต้องการใช้งานเครือข่ายชุมสายโทรศัพท์มีสูงขึ้น การประยุกต์กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มีการนำเอาโทรสารมาใช้ มีการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์เข้าช่องสัญญาณโทรศัพท์เพื่อใช้ในกิจการต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ใช้ส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การแลกเปลี่ยนข่าวสารระบบโทรศัพท์จึงต้องมีการพัฒนาตามไปด้วยเมื่อเป็นเช่นนี้มาตรฐานโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเกิดขึ้นมาตรฐานนี้ได้แบ่งแถบกว้างในการใช้สายโทรศัพท์ออกเป็นแถบย่อย ซึ่งมีแถบการส่งพื้นฐานที่เรียกว่า ช่อง B อยู่ 2 ช่อง แต่ละช่องมีความเร็วในการส่งข้อมูลขนาด 64 กิโลบิต ต่อวินาที และแถบการส่งสัญญาณข้อมูลอีกช่องหนึ่งเรียกว่า ช่อง D ระบบมาตรฐานโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลขณะนี้จึงเป็น 2B+D โดยช่อง ดี มีความเร็ว 16 กิโลบิลต่อวินาทีเมื่อรวมความสามารถของสายโทรศัพท์จะทำให้สามารถส่งสัญญาณข้อมูลได้ 144 กิโลบิตต่อวินาทีในอนาคตระบบโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจะมีการนำเส้นใยนำแสงเข้าทดแทนเครือข่ายสายทองแดง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นสายที่ต่อไปยังทุกบ้านจะเป็นเส้นใยนำแสงหมด การสื่อสารทางสายนี้จะรวมได้แม้กระทั่งส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านสายไปยังบ้านให้ผู้ชมในบ้านได้ดูรายการโทรทัศน์ทางสายอีกด้วย

อินเทอร์เน็ต

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก อินเทอร์เน็ตมีพัฒนาการมาค่อนข้าง

ยาวนานจากอาร์พาเน็ต ในปี พ.ศ. 2512 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อเชื่อมโยงศูนย์งานวิจัยของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการกำหนดคอมพิวเตอร์หลักที่ต่ออยู่บนเครือข่ายให้มีหมายเลขประจำเหมือนกับหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขนี้จะเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำกัน เช่น เครื่องแม่ข่ายของสาขาคอมพิวเตอร์ สสวท. ใช้รหัสหมายเลข 203.146.150.80 รหัสประจำเครื่องที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้นี้ แต่อาจยุ่งยากต่อผู้ใช้เพราะมีตัวเลขหลายตัว จึงมีการสร้างชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในหลักสากลเพื่อให้เรียกและเป็นที่เข้าใจง่ายขึ้น เช่น oho.ipst.ac.th สำหรับประเทศไทยได้เชื่อมโยงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในประเทศเข้ากับอินเทอร์เน็ตในเดือนกันยายน

พ.ศ. 2536 จุดแรกที่เชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ต คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก chulkn.chulu.ac.th เข้ากับเครือข่าย หลังจากนั้นอีกประมาณ หนึ่งปี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติก็เชื่อมโยงเครือข่ายไทยสารซึ่งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต

1. การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง สามารถส่งข่าวสารถึงกัน

ได้ทั่วโลก มีแนวโน้มการขยายตัวและจำนวนผุ้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความเร็วในการส่งข่าวสารถึงกันได้มากกว่าการส่งทางไปรษณีย์ปกติ

2. การสนทนาแบบเชื่อมตรง ผู้ใช้งานบนเครือข่ายสามารถคุยกับคนอื่นในลักษณะโต้ตอบ

กันผ่านทางจอภาพและแผงแป้นพิมพ์อักขระ การพูดคุยผ่านทางตัวหนังสือมีความชัดเจนและเข้าใจกันได้

3. การค้นหาข้อมูล คอมพิวเตอร์มีแฟ้มข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สะสม

และเก็บจากผู้ใช้หลาย ๆ คน และมีบางส่วนที่ต้องการเผยแพร่โดยไม่คิดมูลค่า เอกสารหนังสือหรือแม้แต่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้รับการจัดเก็บและเผยแพร่แก่ผู้สนใจที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้งานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของอนุญาตให้สำเนาเมื่อมีกลุ่มมีการรวบรวมข้อมูลและเก็บเผยแพร่ระหว่างกัน อินเทอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งข้อมูลแหล่งใหญ่มาก

4. กระดานข่าว บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการจัดตั้งกระดานข่าวมีผู้ส่งข่าวสารถึงกันผ่าน

กระดานข่าว กระดานข่าวส่วนใหญ่แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สนใจดนตรีก็มีการฝากเพลงหรือเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มไทยกรุ๊ป กลุ่มผู้สนใจจักรยาน เป็นต้น

5. เกมและนันทนาการ มีการเล่นเกมบนเครือข่าย เกมที่รู้จักกันดีคือ เกมผจญภัยต่าง ๆ ที่เล่น

ในเครือข่ายมีการสนทนาตอบโต้กันในระยะห่างไกล

การพัฒนาอินเทอร์เน็ตในยุคต่อไป

อินเทอร์เน็ตกำลังได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้เต็มที่ในทุกด้าน การพัฒนาที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องการเรียกใช้งานคือทำอย่างไรจึงจะได้รับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยอัตรารับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นกว่าเดิมการที่อินเทอร์เน็ตมีระบบเชื่อมโยงจากบ้านที่ความเร็วสูงขึ้นทำให้การประยุกต์ใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีบทบาทมากขึ้น เริ่มจากการทำธุรกิจการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การส่งกระจายสัญญาณทีวี และเคเบิลทีวี ระบบวิทยุกระจายเสียง การกระจายด้วยเสียง การใช้โทรศัพท์บนเครือข่าย และอื่น ๆ อีกมาก

ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล

การประมวลผลข้อมูลและการส่งผ่านข้อมูลด้วยเวลาจริงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นระบบข้อมูลคือ

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องมีการจัดเก็บรวบรวม ตรวจสอบหรือดำเนินการให้อยู่ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หน่วยงานใดขาดข้อมูลเพื่อการตัดสินปัญหาก็แสดงว่าระบบการดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลของหน่วยงานนั้นยังไม่เป็นระบบ การจัดเก็บข้อมูลต้องเกี่ยวข้องกับระบบและผู้คน เพื่อให้ได้ข้อมูลในรูปอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสับเปลี่ยนถึงกันได้การสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะเกิดขึ้นได้ เมื่อตัวข้อมูลมีมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้รับรู้และแลกเปลี่ยนกันได้ มาตรฐานของข้อมูลจึงต้องได้รับการกำหนดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติข้อมูลที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขันจะได้รับการรายงานผลผ่านอุปกรณ์สื่อสารหลายอย่างเช่น โทรสาร วิทยุ โทรทัศน์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ข้อมูลเหล่านั้นจะเกิดขึ้นตามเวลาจริงและรายงานมายังศูนย์ข้อมูลเพื่อทำการสอบทานข้อมูลและปรับปรุงข้อมูลในระบบทันทีองค์กรของรัฐจะต้องเร่งพัฒนาในเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้มากขึ้นเน้นการดำเนินการเป็นระบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีข้อมูลการผลิตพืชทางการเกษตรอย่างพร้อมมูล กระทรวงอุตสาหกรรมต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตในอุตสาหกรรม ข้อมูลสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ต้องมีข้อมูลการตลาด กระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัยต้องมีข้อมูลแผนกำลังคน จะเห็นว่าข้อมูลคือกลไกพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ

ระบบความปลอดภัยของข้อมูล

ความจำเป็นที่จะต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเกี่ยวข้องกับฐานะการทำงานและเรื่อง

กฎหมาย เพราะข้อมูลที่เก็บอาจเป็นเรื่องความลับเฉพาะตัวหรือความลับทางการค้า ปัจจุบันจึงเริ่มมี
อาชกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง เช่น การแอบใช้ข้อมูล การแก้ไขข้อมูล ตลอดจนการใช้ข้อมูลที่ถูกวัตถุประสงค์ วิธีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยจึงต้องมีการพัฒนาเทคนิคเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

วิธีแรกที่ระบบต้องมีคือ การตรวจสอบข้อมูลที่ติดต่อเข้ามาในระบบ ในระบบสื่อสารทั่วไปมีการส่งข้อมูลเป็นกลุ่ม คือนำข้อมูลกลุ่มหนึ่งมารวมกัน มีการกำหนดรหัสพิเศษของการรับส่งข้อมูล การตรวจทานข้อมูล เช่น ข้อมูลทั้งกลุ่มส่งไปจะปิดท้ายด้วยรหัสตรวจสอบข้อมูลในรูปที่คำนวณได้ เช่นตรวจสอบผลบวกของรหัสข้อมูลทั้งหมด ตรวจสอบด้วยส่วนซ้ำซ้อนแบบวนที่เรียกว่า ซีอาร์ซี เพื่อความแน่ใจว่า ข้อมูลกลุ่มนั้นมาถึงผู้รับโดยไม่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลง หากพบข้อมูลผิดพลาดก็มีการทวงถามใหม่ได้การตรวจสอบรหัสบุคคลเป็นวิธีหนึ่งที่ระบบต้องมี ดังจะเห็นได้จากการกำหนดรหัสผ่าน เช่น บัตรเอทีเอ็มทุกใบจะมีรหัสแถบแม่เหล็กและรหัสทั้งสองนี้ว่าตรงกับที่กำหนดไว้หรือไม่ถ้าตรงก็จะดำเนินการต่อไป การกำหนดรหัสผ่านนี้ถือว่าเป็นรหัสเฉพาะของแต่ละคน ระบบจะเป็นผู้สร้างให้ และเป็นความลับ ซึ่งพิมพ์ออกมาพร้อมผนึกซองโดยเครื่อง ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดรู้ในระบบใด ๆ จะมีการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน เช่น ในระบบฐานข้อมูลแห่งหนึ่ง มีการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน เช่นในระบบฐานข้อมูลแห่งหนึ่ง มีการกำหนดสิทธิการเข้าถึงฐานข้อมูลไว้ 5 ระดับ ระดับแรกเป็นของผู้ใช้ซึ่งจะดูแลหรือปรับปรุงข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องของตนเองเท่านั้น ในระดับที่สูงขึ้นไปจะมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลแตกต่างกันตามที่กำหนด ระดับสูงสุดอาจเข้าถึงข้อมูลได้หมดผู้เกี่ยวข้องระดับสูงสุดจึงเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลทั้งหมด

ระบบการตรวจสอบข้อมูลมีเทคนิคพิเศษหลายประการ เช่น ข้อมูลทั้งหมดจะมีการประมวลผลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง มีการเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลง โดยเก็บทั้งผู้เปลี่ยนแปลงและตัวข้อมูล ตำแหน่งข้อมูล การเปลี่ยนแปลงข้อมูลเหล่านี้จะมีระบบตรวจสอบการดักฟังข้อมูลอาจทำได้ แต่ข้อมูลที่ได้ไปจะไม่มีความหมายใด เพราะแปข้อมูลไม่ได้ข้อมูลที่ส่งจากตู้เอทีเอ็มผ่านเครือข่ายสายโทรศัพท์เข้าสู่คอมพิวเตอร์กลางมีการแปลงรหัสข้อมูล การถอดรหัสข้อมูลเหล่านี้ ปลายทางจะรู้เท่านั้น สูตรการเปลี่ยนแปลงรหัสข้อมูลจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ผู้ดักฟังหรือผู้ที่พยายามจะอ่านข้อมูลจากฐานข้อมูลโดยตรงจึงไม่สามารถแปลข้อมูลได้ การแก้ไขข้อมูลจึงทำได้ยากขึ้น

พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กอร์ดอน มัวร์ วิศวกร

อาวุโสของบริษัทอินเทล ได้สร้างแบบจำลองการพัฒนาเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นอัตราการพัฒนาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในหลาย ๆ ด้าน มีอัตราเพิ่มเป็นสองเท่าทุก ๆ คาบเวลาหนึ่ง เช่น ความเร้วในการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ ในเชิงความเร็วของสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ สิบแปดเดือน ความจุหรือจำนวนทรานซิสเตอร์ที่บรรจุลงในชิปซีพียูก็มีจำนวนเพิ่มเป็นสองเท่า ทุก ๆ ระยะเวลาประมาณสามปี ปัจจุบันนิยมเรียกกันว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปตามกฎของมัวร์ หากพิจารณาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใกล้ตัวพบว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีขีดความสามารถทำงานทางด้านมัลติมิเดียได้ดีขึ้น มีขีดความสามารถในการแสดงผลเป็นกราฟิก รูปภาพ วีดิโอ และเสียง มีขีดความสามารถเชิงการคำนวณที่เร็วมาก ใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต และระบบสื่อสารอื่นได้ดีนับจากนี้ต่อไป ไมโครคอมพิวเตอร์จะเป็นเครื่องมือที่ทำอะไรได้มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องคำนวณ หรือใช้งานประมวลผลทั่วไป ไมโครคอมพิวเตอร์จะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญในการเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต ใช้ในงานออนไลน์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ อนาคตการใช้งานคอมพิวเตอร์มีลักษณะที่ใช้ได้ง่ายขึ้น มีการติดต่อกับผู้ใช้ด้วยจียูไอ และระบบการรับข้อมูลเข้าที่ง่ายกว่าการใช้ตัวอักษรหรือการพิมพ์เข้าอย่างเดียวเป้าหมายของคอมพิวเตอร์จึงมีการประยุกต์ใช้งานส่วนตัวได้มากขึ้น ขนาดเล็กและพกพาได้สะดวก คอมพิวเตอร์จะรวมรูปแบบการทำงานหรือการประยุกต์หลากหลายรูปแบบเช่น เป็นกล้องถ่ายรูปดิจิทัล รับรูปภาพมาประมวลผลและส่งต่อ แสดงผลด้วยเสียงหรือเล่นเพลงเช่น เอ็มพี 3 ใช้ในการรับข้อมูลแบบวีดีโอและแสดงผลบนจอในรูปวีซีดี และดีวีดี และยังรับส่งข้อมูลแบบโทรศัพท์ในรูปโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วไปได้การทำงานของคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ต้องเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายได้ตลอดเวลา สามารถรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายได้ง่ายทั้งที่เป็นระบบใช้สายและระบบไร้สาย

Views: 1752

Comment

You need to be a member of KruThalita to add comments!

Join KruThalita

© 2014   Created by thalita.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service